ผู้กู้ร่วม และ คนค้ำประกัน ต่างกันอย่างไร

เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่ว่า การกู้ร่วมเเละการค้ำประกัน เเตกต่างกันมากเลยทีเดียว เป็นการผูกมัดตัวเองในสถานะที่ต่างกัน เเละมีผลประโยชน์ที่จะได้รับต่างกัน

“การกู้ร่วม” คือ การที่บุคคล 2 คนขึ้นไป มีหนี้ร่วมกันเพื่อที่จะชำระหนี้เเละมีโอกาสเป็นเจ้าของในอนาคต ซึ่งคุณสมบัติของผู้กู้ร่วมจะต้องเป็นบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกัน ในกรณีที่เป็นสามี ภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนจำเป็นต้องหาหลักฐานการสมรสมาเพื่อยืนยัน

“การค้ำประกัน” คือ การที่ให้บุคคลอื่นมาเป็นหลักประกันเเทนผู้ขอสินเชื่อ เเละบุคคลที่ค้ำประกันต้องเป็นผู้รับผิดชอบเเทนผู้ขอสินเชื่อ เมื่อผู้ขอสินเชื่อไม่ชำระเงิน โดยคุณสมบัติของผู้ค้ำประกันจะต้องเป็นคนที่มีเครดิตดีเเละรายรับมั่นคง

ความเสี่ยงในการกู้ร่วม > มีหนี้เท่าเทียมกันหากผู้กู้หลักผิดสัญญาในการกู้ การกู้ทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ผู้กู้รองทันที ทั้งนี้ ผู้กู้ร่วมจะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ๆในสัดส่วนเท่าเทียมกัน

ความเสี่ยงของผู้ค้ำประกัน > ต้องรับภาระหนี้ทันทีที่ ผู้ขอสินเชื่อเบี้ยวไม่จ่ายเงิน หรือหนี้ไป ซึ่งในกรณีนี้ ทางโครงการแนะนำว่า เพื่อนๆ ต้องคิดและพิจารณาให้รอบคอบ หากไม่ใช่คนที่สำคัญจริงๆ เเนะนำว่า ไม่ควรไปเซ็นต์ค้ำประกันให้ แต่ทางที่ดีไม่ควรเซนต์ค้ำประกันให้ใครเลยจะดีกว่าค่ะ

หากท่านยังมีความกังวล หรือ มีข้อสงสัยใดๆ พวกเรา หมู่บ้านไอลีนศรีราชา มีความยินดีให้คำแนะนำ พร้อมทั้งมีพนักงานคอยประสานงานให้คำปรึกษาช่วยเหลืออยู่ตลอดค่ะ

จะกู้บ้านสักหลังเเต่ก็กลัวไม่พอ ขอกู้ร่วมดีกว่า

จะกู้บ้านสักหลังเเต่ก็กลัวไม่พอ ขอกู้ร่วมดีกว่า เพราะการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารจะทำให้เพิ่มโอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติมากขึ้น เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าใครบ้างที่เราสามารถกู้ร่วมได้

นอกจากการกู้ร่วมจะเพิ่มโอกาสในการกู้เเละมีวงเงินได้มากกว่าเดิมเเล้ว เเต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไปเอาใครก็ได้มากู้ร่วมกับเรานะคะ โดยส่วนมาก เพราะคนที่กู้ได้ต้องเป็นญาติสนิทหรือนามสกุลเดียวกันเพื่อป้องกันเรื่องหนี้เสีย

ผู้ที่สามารถกู้ร่วมได้
 สามี-ภรรยาที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย หรือมีหลักฐานแสดงการเป็นสามีภรรยากัน เช่น-  ภาพถ่ายแต่งงาน บุตร เป็นต้น
 พี่น้องท้องเดียวกันที่นามสกุลเดียวกัน
 พี่น้องท้องเดียวกัน แต่คนละนามสกุล จะต้องแสดงหลักฐาน
 พ่อหรือแม่กับลูก
 ญาติที่นามสกุลเดียวกัน
 พ่อแม่บุญธรรมกับลูกบุญธรรม
 LGBT

เเน่นอนค่ะ อ่านไม่ผิด LGBT สามารถกู้ร่วมได้เเล้ว เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย, อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปอายุไม่เกิน 65 ปี และไม่เคยเป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน

การเลือกผู้กู้ร่วมจำเป็นต้องดูถึงพฤติกรรมของผู้กู้ร่วมด้วยนะคะ ควรวางเเผนให้รอบคอบและรัดกุมเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง

หากท่านยังมีความกังวลและมีข้อสงสัยในเรื่องการยื่นกู้ธนาคาร เรา หมู่บ้านไอลีนศรีราชา ยินดีแนะนำและให้คำปรึกษาพร้อมทั้งคอยประสานงานช่วยเหลืออยู่ค่ะ

โทร 033-083-599  / Hotline : 089-446-4664

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
Line : @aileenvillage (https://bit.ly/2Nn0PAc)
email : info@aileen.in.th
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

แวะชมบ้านตัวอย่าง “โครงการไอลีนศรีราชา” ได้ทุกวัน 9:00 – 18:00 น.

Find me : https://goo.gl/maps/NsA9NRUyPtv

คนอยากมีบ้านและ SME เตรียมเฮ!!! ธนาคารพาณิชย์ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีผล 15 สิงหาคม 2562 นี้

จากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 5 ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จาก ร้อยละ 1.75 เป็นร้อยละ 1.50 ต่อปี โดยให้มีผลทันที จึงส่งผลให้ในวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา เริ่มมีธนาคารบางแห่งเริ่มมีการแจ้งนโยบายดอกเบี้ยใหม่เพื่อให้เป็นไปตามดอกเบี้ยนโยบายที่ออกมาใหม่นี้ รวมถึงเป็นการช่วยส่งเสริม SME และลูกค้ารายย่อย เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนรวมถึงแหล่งเงินโดยเสียดอกเบี้ยได้น้อยลงตามมติของธนาคารแห่งประเทศไทย

แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันว่าแต่ละธนาคารมีการปรับดอกเบี้ยกันเท่าไหร่อย่างไรบ้าง แอดมินขออนุญาตอธิบายคำย่อของระบบธนาคารที่จำเป็นต้องรู้ในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของดอกเบี้ยเงินกู้กันคร่าว ๆ ก่อนนะจ๊ะ เวลาดูข้อมูลแล้วจะได้ไม่งงกัน

1. MLR (Minimum Loan Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอ โดยส่วนใหญ่ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ

2. MOR (Minimum Overdraft Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี

3. MRR (Minimum Retail Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย

เมื่อเข้าใจความหมายของอักษรย่อกันแล้ว คราวนี้ก็มาถึงรายละเอียดของดอกเบี้ยกันแล้วจ้า โดยธนาคารที่ได้มีการเคลื่อนไหวเรื่องการปรับอัตราดอกเบี้ยมีดังนี้

1. ธ.กรุงเทพ

– MOR เดิม 7.125% ต่อปี => ลดเหลือ 6.875% ต่อปี

ลดลง 0.25% ต่อปี

– MRR เดิม 7.125% ต่อปี => ลดเหลือ 6.875% ต่อปี

ลดลง 0.25% ต่อปี

มีผล 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

2. ธ.กรุงไทย

– MOR เดิม 7.12% ต่อปี => ลดเหลือ 6.87% ต่อปี

ลดลง 0.25% ต่อปี

– MRR เดิม 7.12% ต่อปี => ลดเหลือ 6.87% ต่อปี

ลดลง 0.25% ต่อปี

มีผล 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

3. ธ.กสิกรไทย

– MOR เดิม 7.12% ต่อปี => ลดเหลือ 6.87% ต่อปี

ลดลง 0.25% ต่อปี

– MRR เดิม 7.12% ต่อปี => ลดเหลือ 6.87% ต่อปี

ลดลง 0.25% ต่อปี

มีผล 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

4. ธ.ไทยพาณิชย์

– MOR เดิม 6.87% ต่อปี => ลดเหลือ 6.745% ต่อปี

ลดลง 0.125% ต่อปี

– MRR เดิม 7.37% ต่อปี => ลดเหลือ 7.12% ต่อปี

ลดลง 0.25% ต่อปี

มีผล 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

5. ธ.อาคารสงเคราะห์

– MOR เดิม 7.00% ต่อปี => ลดเหลือ 6.875% ต่อปี

ลดลง 0.125% ต่อปี

– MLR เดิม 6.25% ต่อปี => ลดเหลือ 6.125% ต่อปี

ลดลง 0.125% ต่อปี

– MRR เดิม 6.75% ต่อปี => ลดเหลือ 6.625% ต่อปี

ลดลง 0.125% ต่อปี

มีผล 16 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

ซึ่งตามความเห็นของแอดมินแล้วเชื่อว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการอยากมีบ้าน/คอนโดเป็นของตัวเองอย่างมีนัยยะสำคัญในเรื่องของการตัดสินใจขอสินเชื่อ รวมถึงเป็นผลดีต่อผู้ที่ครอบครองอสังหาฯ โดยการขอสินเชื่อกับธนาคารดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายออกไปมีจำนวนน้อยลง ทำให้สามารถจ่ายเงินต้นได้มากขึ้น แอดมินก็ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ตอนนี้ใครที่อยากมีบ้าน/คอนโดเป็นของตัวเองแต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไง ก็สามารถสอบถามพวกเรามาได้โดยการคอมเม้นต์เข้ามาที่โพสนี้ หรือสอบถามเข้ามาทางอินบ็อกซ์ได้เลยนะครับ แอดมินยินดีพร้อมตอบทุกปัญหา และยินดีให้คำแนะนำเสมอจ้า

ถ้าอ่านแล้วเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ก็ช่วยกันกด Love กด Like กด Share เพื่อเป็นกำลังใจให้กับแอดมินและทีมงานในการหาสาระดี ๆ มาบอกต่อ รวมถึงได้ส่งต่อเนื้อหาสาระดี ๆ ให้กับเพื่อน ๆ ของเรากันด้วยนะจ๊ะ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าจ้า

ข้อมูลจาก fastlane property